การต่อต้านคอร์รัปชัน

บริษัทมุ่งเน้นแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและกระบวนการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพียงพอ โดยได้มีการกำหนด นโยบายต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน (Anti-Corruption Policy) ที่มีความชัดเจน ครอบคลุม และมีการกำหนดคำนิยามของการคอร์รัปชันที่ชัดเจน รวมถึงมีแนวทางปฏิบัติ ซึ่งได้สื่อสารให้บุคคลภายในและภายนอกองค์กรได้รับทราบ ทั้งนี้ บริษัทมีการตรวจสอบป้องกันและประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันจากกิจกรรมดำเนินงานของบริษัท มีการกำหนดมาตรการในการควบคุมและติดตามกระบวนการทำงานที่อาจเกิดการทุจริตได้ เพื่อยืนยันความถูกต้องของการปฏิบัติงานให้มีความสุจริตโปร่งใส ป้องกันการทุจริต รวมทั้งเปิดช่องทางการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแส ข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตได้โดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

การเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)

แพลนบีได้แสดงเจตนารมณ์ในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน และได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption หรือ CAC) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับในระดับประเทศ โดยยึดหลักในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล จรรยาบรรณ และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายตลอดห่วงโซ่อุปทาน การได้รับการรับรอง CAC อย่างยาวนานของแพลนบี ถือเป็นเครื่องยืนยันเชิงประจักษ์ในความมุ่งมั่นว่าบริษัทจะไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันไม่ว่าจะในกรณีใด ๆ ก็ตาม

การขยายเครือข่ายธรรมาภิบาลสู่ห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทตระหนักว่าการสร้างสังคมที่โปร่งใสต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในปีที่ผ่านมาบริษัทจึงได้ดำเนินบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมค่านิยมด้านความซื่อสัตย์สุจริต ดังนี้

  • การส่งจดหมายเปิดผนึกถึงคู่ค้า บริษัทได้ดำเนินการส่งจดหมายสื่อสารนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมทั้งเชิญชวนคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจให้เข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย ผ่านจดหมายเปิดผนึกเชิญชวนคู่ค้าและบริษัทที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม THAI CAC เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่ใสสะอาดและลดความเสี่ยงด้านการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินงานร่วมกัน
  • การกำกับดูแลคู่ค้าตามหลักจริยธรรม นอกจากการเชิญชวนเป็นสมาชิก บริษัทได้กำหนดให้การปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันเป็นส่วนหนึ่งของจรรยาบรรณคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานธรรมาภิบาลและจริยธรรมที่บริษัทกำหนดไว้

การสร้างความตระหนักรู้และการกำกับดูแลระดับบริหาร

นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดให้พนักงานทุกรายดำเนินการทดสอบความรู้ความเข้าใจในด้านจริยธรรมในการทำงาน (Code of Conduct) และนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยพนักงานทุกคนต้องสอบผ่านเกณฑ์ทั้งหมด เพื่อเป็นการส่งเสริมให้รับทราบและปลูกฝังจริยธรรมในการทำงานแก่พนักงาน ตลอดจนมีการขยายผลการสื่อสารและบังคับใช้นโยบายนี้ไปยังคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อสร้างแนวร่วมความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ในด้านการกำกับดูแล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีหน้าที่ที่จะต้องติดตามและดำเนินการต่อต้านการทุจริตให้เกิดประสิทธิภาพ และรายงานต่อประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทบทวนนโยบายและมาตรการควบคุมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและมาตรฐานสากลอยู่เสมอ

แนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

บุคลากรทุกระดับของบริษัทต้องปฏิบัติตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ ดังนี้

  • การยึดมั่นในนโยบายไม่ยอมรับการทุจริต บุคลากรทุกระดับต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน จรรยาบรรณธุรกิจ ตลอดจนกฎระเบียบภายในองค์กรอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการให้และรับสินบนในทุกรูปแบบ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อสะท้อนจุดยืนในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสอย่างแท้จริง
  • การไม่รับสินบน ม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการแสดงถึงเจตนาว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน การให้หรือรับสินบน แก่ผู้ที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเรื่องที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบทั้งทางตรงหรือโดยอ้อม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์แก่องค์กรตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • การแจ้งเบาะแสและการคุ้มครองผู้ร้องเรียน บุคลากรต้องไม่ละเลยหรือเพิกเฉยเมื่อพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการทุจริต โดยมีหน้าที่ต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาหรือผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่กำหนด ทั้งนี้ บริษัทมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและผู้ที่ปฏิเสธการคอร์รัปชันอย่างรัดกุม โดยจะไม่มีการลดตำแหน่ง ลงโทษ หรือให้ผลกระทบเชิงลบใดๆ แม้การปฏิเสธดังกล่าวอาจทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
  • ระมัดระวังในการดำเนินกิจกรรมที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดการทุจริต การดำเนินกิจกรรมที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดการทุจริต จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด และหากมีข้อสงสัยที่อาจเข้าข่ายความเสี่ยงทางกฎหมายหรือกฎระเบียบ บุคลากรต้องขอคำปรึกษาจากหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance) หรือฝ่ายกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการเสมอ โดยมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ดังต่อไปนี้
    • การรับหรือให้ของขวัญและค่าเลี้ยงรับรอง ต้องเป็นไปตามแนวปฏิบัติที่กำหนดในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีในส่วนของ นโยบายการให้ หรือรับของขวัญ หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยต้องกระทำอย่างโปร่งใส สมเหตุสมผล และไม่ใช้เป็นเครื่องมือในการครอบงำการตัดสินใจทางธุรกิจ
    • การบริจาคเพื่อการกุศล ต้องดำเนินการในนามบริษัทเพื่อสนับสนุนองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมอย่างแท้จริง โดยองค์กรดังกล่าวต้องมีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ และต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติตามระเบียบ เพื่อป้องกันการใช้เงินบริจาคเป็นข้ออ้างในการให้สินบน
    • การให้เงินสนับสนุน ต้องระบุชื่อบริษัทอย่างชัดเจน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และต้องผ่านกระบวนการอนุมัติที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตามกฎหมาย
    • การจัดซื้อจัดจ้างและการทำธุรกรรมกับภาครัฐและเอกชน ความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการจัดซื้อ จัดจ้างกับภาครัฐ หรือเอกชน รวมถึง การติดต่องานกับภาครัฐหรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือเอกชน ตลอดจนบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • การรักษาความเป็นกลางทางการเมือง บริษัทมีนโยบายเป็นกลางทางการเมือง โดยบุคลากรทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองตามกฎหมาย แต่พึงตระหนักที่จะไม่ดำเนินการ หรือดำเนินกิจกรรมใดๆ รวมถึงการนำทรัพยากรใดๆ ของบริษัทไปใช้เพื่อดำเนินการหรือกิจกรรมทางการเมือง อันจะทำให้บริษัทสูญเสียความเป็นกลางหรือได้รับความเสียหายจากการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและการให้ความช่วยเหลือทางการเมือง โดยบริษัทได้ประกาศใช้ นโยบายการมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทุกระดับ
  • การบูรณาการนโยบายเข้าสู่กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัทได้ผนวกนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสรรหา การฝึกอบรม การประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้และกำกับดูแลให้บุคลากรในสายงานปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

บทลงโทษและการแจ้งเบาะแสการทุจริตคอร์รัปชัน

การละเลยหรือการไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ถือเป็นการกระทำผิดทางวินัยขั้นร้ายแรงและเป็นการละเมิดสัญญาจ้างงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมาย การกระทำดังกล่าวยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงและสถานะการดำเนินงานของบริษัท ดังนั้น หากพนักงานหรือผู้มีส่วนได้เสียพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการทุจริต มีหน้าที่ต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชา หรือแจ้งเบาะแสและเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางที่เป็นทางการของบริษัททันที

ช่องทางการรับแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน

บริษัทได้จัดเตรียมกระบวนการและช่องทางรับแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่ายสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยสามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อกังวลด้านการทุจริตและคอร์รัปชันตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระ ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

  1. ทางไปรษณีย์ ส่งถึง คณะกรรมการตรวจสอบ เลขที่ 1700 อาคารแพลน บี ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
  2. ทางอีเมล (E-mail) ถึง คณะกรรมการตรวจสอบ ที่ auditcommittee@planbmedia.co.th
  3. ทางอีเมล (E-mail) ถึง เลขานุการบริษัท ที่ companysecretary@planbmedia.co.th
  4. ทางโทรศัพท์ หมายเลข +66 (0) 2530-8053-6 ต่อ 131 หรือ 134

บริษัทขอให้ความมั่นใจว่าทุกเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับขั้นสูงสุด และผู้ร้องเรียนจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรการขององค์กรอย่างเต็มที่ตาม นโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน

กระบวนการจัดการเรื่องที่ได้รับการร้องเรียน

เพื่อให้การจัดการเรื่องร้องเรียนมีความโปร่งใสและเป็นธรรม บริษัทได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินการที่เป็นมาตรฐาน ดังนี้

  • ขั้นตอนการคัดกรองเบื้องต้น เมื่อมีการแจ้งเบาะแส เลขานุการบริษัทจะทำหน้าที่รวบรวมและคัดกรองเรื่องร้องเรียน หากประเด็นดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและคอร์รัปชัน จะถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงดำเนินการแก้ไข ในกรณีที่เข้าข่ายการทุจริต จะทำการประเมินมูลความจริง หากพบว่าไม่มีมูลความจริง จะดำเนินการแจ้งผลสรุปให้ผู้ร้องเรียนรับทราบ
  • ขั้นตอนการรายงานและการสืบสวน หากเรื่องร้องเรียนมีมูลความจริง เลขานุการบริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอน โดยหากเป็นกรณีร้ายแรงที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที จะรายงานเหตุการณ์เบื้องต้นต่อคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมส่งสำเนาแจ้งฝ่ายตรวจสอบภายใน จากนั้นจะประสานงานกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินการตามระเบียบวินัยต่อไป
  • ขั้นตอนการรายงานผลภาพรวม บริษัทกำหนดให้มีการสรุปสถิติการแจ้งเบาะแส สถานะการดำเนินงาน และผลการสอบสวน เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำอย่างน้อยทุก 6 เดือน เพื่อติดตามความคืบหน้าและประเมินประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายใน

มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและผลการดำเนินงาน

แพลนบีให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูล (Non-retaliation Policy) โดยบริษัทจะปกปิดชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่สามารถระบุตัวตนได้ และจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้เป็นความลับขั้นสูงสุด ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากนโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน ด้วยระบบการกำกับดูแลที่รัดกุมและการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2568 แพลนบีไม่ได้รับแจ้งเหตุ เบาะแส หรือเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชันผ่านทุกช่องทางแต่อย่างใด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการควบคุมภายในและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดการเรื่องร้องเรียน (กรณี) ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
จำนวนข้อร้องเรียนทั้งหมด
- การดำเนินคดี 0 0 0
- จริยธรรมธุรกิจ / การทุจริตคอร์รัปชัน 0 0 0
- การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า 0 0 0
- ผลประโยชน์ทับซ้อน 0 0 0
- สิทธิมนุษยชน ได้แก่ การเลือกปฏิบัติ และการล่วงละเมิด 0 0 0
- สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย 0 0 0
- การฟอกเงินหรือการใช้ข้อมูลภายใน 0 0 0
การดำเนินการจัดการข้อร้องเรียน
- ตักเตือนด้วยวาจา 0 0 0
- ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร 0 0 0
- อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน 0 0 0
- ยกเลิกสัญญาจ้าง 0 0 0
นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น
คู่มือมาตรการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น
จดหมายเปิดผนึกเชิญชวนคู่ค้าและบริษัทที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม Thai CAC
นโยบายการให้ หรือรับของขวัญ หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด